[BONE] Event 2 : A Ghastly Windy Night

posted on 25 Apr 2014 22:02 by hanachubi
 
 
 
 
 

ครืน.. ครืน..


เสียงเครื่องจักรและผู้คนนับสิบ ผสมปนเปกับเสียงคลื่นจากด้านนอกดังอยู่รอบตัวหญิงสาวตัวเล็กๆที่เนื้อตัวมอมแมมไปทั้งตัว เธอพยายามขดตัวให้เล็กที่สุด อยู่นิ่งๆให้เกิดเสียงน้อยที่สุด เพื่อที่จะไม่ให้ใครในนี้รับรู้ถึงการซ่อนตัวของเธอภายในมุมมืดๆใกล้ๆกลุ่มพนักงานตักถ่าน ดวงตาสีเขียวมรกตนั้นหรี่ลง จ้องมองไปที่พนักงานแต่ละคนอย่างตั้งใจ


….ถ้าไม่ใช่เพราะกลุ่มพนักงานกลุ่มนั้นคุยกันให้เธอได้ยินระหว่างซ่อนตัวอยู่ล่ะก็ เธอคงไม่มีทางยอมมาที่นี่ให้เสี่ยงโดนโยนออกนอกเรือเป็นแน่


‘แคลร์ เธอรู้มั้ย เขาลือกันว่าในกลุ่มพนักงานตักถ่านมีคนแปลกๆแถมไม่คุ้นหน้ามาทำงานอยู่ด้วยแหละ’

‘จะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะ ในเมื่อก่อนออกเรือก็มีการตรวจระเบียบเข้มขนาดนั้น มั่วรึเปล่าริต้า’

‘ไม่ได้มั่วนะ ฉันได้ยินมาจริงๆ ไม่เชื่อไว้เราลองไปดูกันเองก็ได้!’


ไม่แน่อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้.. ไม่แน่เธออาจจะได้งานทำที่นี่เหมือนกันก็ได้


แต่พอมาเห็นสภาพจริงๆแล้วดูท่าจะยาก เพราะแม้แต่ห้องเตาถ่านที่แสนจะร้อนอบอ้าวและไม่น่าอยู่ที่สุดในเรือลำนี้ ก็ยังมีพนักงานจากส่วนอื่นเข้ามาแวะเวียนเป็นระยะ ไม่แน่เขาอาจจะรู้เรื่องคนแอบขึ้นเรือมา และตามหาตัวเธออยู่ก็ได้…. อะไรจะโชคร้ายได้ขนาดนี้นะไอรีน


ไอรีนนั่งดูสถานการณ์ในห้องเตาถ่านไปเรื่อยๆแล้วก็รู้สึกได้ว่า ถ้าออกไปให้ใครสักคนเห็นหน้าล่ะก็คงเป็นความคิดที่แย่มากๆ เธอควรออกไปจากที่นี่ แล้ววิ่งหนีต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งเรืออโทรพอสไปถึงฝั่ง แต่การที่จะลุกแล้วรีบวิ่งออกไปตอนนี้ก็เป็นความคิดที่แย่มากพอๆกัน เธอคงจะกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในห้องภายในไม่กี่วินาทีเป็นแน่ ทางที่ดีที่สุดก็คงต้องนั่งหลบข้างๆลังนี่ไปก่อน….


ผ่านไปสักพักพนักงานทุกคนก็วุ่นกับการทำงานจนไม่มีใครว่างพอที่จะหันมาคุยกันหรือสนใจสิ่งรอบข้าง ไอรีนคิดว่านี่แหละเป็นเวลาดีที่จะรีบหนีออกไปจากที่นี่ แต่ว่าจะไปที่ไหนล่ะ ที่ไหนที่ทำให้อยู่รอดได้โดยไม่โดนจับผิดไปอีกวัน…


ชั้นที่สงบที่สุดน่าจะเป็นชั้น A? แต่นั่นก็ชั้นที่อันตรายที่สุดอยู่ดี คงมีพนักงานเป็นสิบๆร้อยๆคนคอยเฝ้าดูแลพวกผู้โดยสารชั้นหนึ่งอยู่แน่ๆ..


อย่างนั้น….. ชั้น F?


ถ้าเป็นชั้น F ล่ะก็ คงจะแฝงตัวไปกับผู้โดยสารชั้นสามได้ไม่ยากเท่าไหร่หรอก


เมื่อคิดได้หญิงสาวก็รีบวิ่งออกจากบริเวณห้องเตาถ่านขึ้นบันไดไปจนถึงชั้น F อย่างรวดเร็ว ข้างบนนี้ค่อนข้างเงียบสงบและไม่มีใครนึกสงสัยอะไรในตัวเธอ นับเป็นโชคดีมากทีเดียวที่ตัดสินใจขึ้นมาที่นี่ หญิงสาวตัดสินใจเลิกวิ่งและใช้วิธีเดินช้าๆดูเหมือนกับเหล่าผู้โดยสารปกติ เธอเดินมาเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ตรงห้องที่ติดป้ายไว้เหนือประตูว่า ‘ห้องอาหาร’


ใช่แล้ว.. อาหาร….. ไม่มีอาหารตกถึงท้องจริงๆจังๆมาหลายวันแล้วนี่นา….


ถ้าเข้าไปก็อาจจะโดนพนักงานจับได้ก็ได้ อย่างนั้นก็สิ้นหวัง ยอมหิวดีกว่าโดนจับได้นะ..


แล้วยืนอยู่ตรงนี้มันเสี่ยงน้อยกว่าเข้าไปข้างในตรงไหนกันล่ะ พนักงานก็มีอยู่ทุกที่นั่นแหละ


หลังจากที่ปล่อยให้ความคิดในหัวตัวเองตีกันสักพัก ไอรีนก็ยอมแพ้ความหิวและตัดสินใจเดินเข้าห้องอาหารไปจนได้ ภายในห้องอาหารเงียบสงบและไม่มีคนอยู่ หญิงสาวนับว่านี่เป็นโอกาสดีของเธอที่จะได้กินอาหารจนอิ่มท้องสักที แถมดีไม่ดีอาจจะได้มีอาหารเก็บไว้กินมื้อหน้าอีกด้วย เธอก้าวขาไปเรื่อยๆขณะที่กำลังมองไปรอบๆห้อง แล้วก็ได้ค้นพบว่าเธอคิดผิด….


ยังมีคนอยู่ข้างใน ยืนอยู่ตรงนั้น เขาเป็นพนักงาน และเขาก็กำลังเดินเข้ามาหาเธอ….


แย่ล่ะ


จะโดนจับได้รึเปล่า


ไม่หรอก เขาไม่ทำท่าทีตกตื่น เขาต้องคิดว่าเราเป็นผู้โดยสารแน่ๆ


ปกติไว้ไอรีน ปกติไว้..


ถึงในใจจะตกใจแค่ไหนแต่ไอรีนก็พยายามบังคับตัวเองให้ทำท่าปกติที่สุด หญิงสาวเดินไปนั่งที่โต๊ะเล็กๆตรงมุมห้องอย่างช้าๆ ถึงแม้ว่าใจจริงอยากจะรีบวิ่งขนาดไหนก็ตาม เมื่อเธอนั่งลง พนักงานหนุ่มคนนั้นก็เดินตามเข้ามาหาในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น เห็นได้ชัดว่าเขาคงอยากไปนอนเต็มที


“กาแฟนะครับ?”


ชายหนุ่มว่าพลางหาววอดใหญ่ ถึงในใจไอรีนคิดจะตอบกลับไปว่า คนที่ต้องการกาแฟน่าจะเป็นเขาเองมากกว่า แต่เธอก็ทำเพียงแค่พยักหน้าตอบกลับไป พนักงานคนนั้นเดินหายไปสักพักและกลับมาพร้อมกาแฟแก้วหนึ่ง เขาค่อยๆวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ แต่ก่อนที่จะทำได้สำเร็จ เรือก็เกิดโคลงเคลงจนทำให้มือของเขาพลาดปล่อยแก้วกาแฟร่วงใส่ตัวไอรีนเต็มๆ


เปียก เปียกจนได้


ไอรีนนึกอย่างหงุดหงิด พนักงานคนนั้นมีท่าทีรู้สึกผิดอย่างมากจนเธอเห็นใจ บวกกับเธอกำลังมีปัญหากับพนักงานบนเรือนี้อยู่แล้วด้วย การไม่เอาผิดอะไรน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า


“ขอโทษนะครับ ขอโทษจริงๆ!”


“เอ่อ.. ไม่เป็นไร…. แต่ว่าตอนนี้พอจะมีของกินเหลืออยู่บ้างมั้ยคะ?”


เธอรีบปรับน้ำเสียงให้เล็กและเติมหางเสียงหลังประโยคให้ดูเป็นเด็กผู้หญิงมากขึ้น พนักงานจะได้ไม่เกิดสงสัยขึ้นมา


“อ..อ่า… ขอโทษด้วยครับ ตอนนี้เราอยู่ในช่วงเตรียมอาหารครับ”


เพราะคำตอบที่ได้น่าผิดหวัง จึงทำให้ไอรีนเผลอชักสีหน้านิดหน่อย แต่แล้วก็รีบเปลี่ยนกลับมายิ้มบางๆให้พนักงานคนนั้น


“อ้อ… ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”


หญิงสาวตัดสินใจจะออกจากห้องอาหาร แต่เมื่อหันกลับไปที่ประตูทางออก กลับเจอผู้คนมากมายที่ไม่รู้ว่าเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ รอบๆตัวเธอมีทั้งเด็ก ผู้หญิง คนที่ดูท่าทางคล้ายๆคนป่วย รวมไปถึงคนที่ดูไม่น่าไว้ใจ…. แต่จะพูดอะไรได้ เธอเองก็คงไม่น่าไว้ใจในสายตาคนอื่นๆด้วยเช่นกัน


ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยเราก็ดูเป็นผู้โดยสารปกติมากกว่าหลายๆคนในห้องนี้…


ไอรีนปลอบใจตัวเองขณะที่กำลังคิดว่าจะทำยังไงต่อไป แต่ยังไม่ทันที่จะมีความคิดอะไรผุดเข้ามาในหัว ไฟทั้งห้องอาหารก็ดับพรึ่บอย่างไม่มีที่มาที่ไป แถมต่อจากนั้นไม่กี่วิก็ยังมีเสียงประหลาดเกิดขึ้นจากฟากซ้ายของห้อง เป็นเสียงเหมือนเสียงกระทบกันของวัตถุแหลมคมกับโลหะ แม้เสียงนั้นจะเกิดขึ้นแค่เบาๆ แต่ในเวลาและสถานการณ์แบบนี้ มันดูไม่ใช่เรื่องดีเอาเสียเลย


เธอหันไปมองรอบๆห้อง พยายามหาที่มาที่ไป แต่ก็ได้พบกับสายตาของคนอื่นๆในห้องแทน ท่าทางของพวกเขาบอกให้รู้ได้ว่า เธอไม่ใช่คนเดียวที่ได้ยินเสียงนั่น


“กรี๊ดดดดดดดดดดด”


เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากต้นเสียงเดิม ยังคงมีเสียงอื่นๆตามมาไม่ยอมหยุด ทั้งเสียงล้มคว่ำของอะไรบางอย่างจากฝั่งนั้น และเมื่อเธอลองเพ่งมองดีๆ ก็เห็นว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของโต๊ะคว่ำ ซึ่งถูกทำให้ล้มคว่ำลงด้วยเงาอะไรสักอย่าง


หญิงสาวหันไปมองคนแปลกหน้าคนอื่นๆที่อยู่ในห้องอีกที และตัดสินใจเอาเองจากสายตาที่คนพวกนั้นมองมาว่าทุกคนตัดสินใจที่จะออกไปจากห้องนี้ ซึ่งเธอก็คิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ควรทำที่สุดแล้วเหมือนกัน ไอรีนพยายามวิ่งออกจากห้องให้ไวที่สุด แต่แล้วก็ได้พบว่าผู้คนในห้องก็พยายามจะออกให้ไวที่สุดเหมือนเธอ เมื่อผู้คนหลายๆคนพยายามวิ่งไปในทางเดียวกันในความมืด ส่งผลให้ทุกคนชนกันระเนระนาด แถมยังมีบางคนที่สะดุดล้มเพราะสิ่งของในห้องอีกด้วย


เสียงดังที่เกิดจากความวุ่นวายยังดังต่อไปสักพัก แต่เมื่อมันเงียบลงแล้ว ทั้งห้องก็เงียบตามไปด้วย เสียงขูดขีดหรือกรีดร้องเมื่อก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว แถมประตูทางออกก็อยู่ตรงหน้า ในเมื่ออยู่ตรงนี้ไปก็ไม่ได้อะไร แถมมีแต่เรื่องแย่ๆชวนให้เธอโดนจับได้อีก หญิงสาวจึงรีบลุกแล้ววิ่งออกไปให้เร็วที่สุด


ก่อนหน้าเธอมีชายหนุ่มคนนึงวิ่งนำไปแล้ว ขณะที่เธอกำลังวิ่งตามเขาไป จู่ๆเขาก็เกิดหยุดวิ่งขึ้นมาซะอย่างนั้น ทำให้เธอชนเขาเข้าเต็มแรงและล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น


อยู่ๆจะหยุดก็ให้ซุ่มให้เสียงกันก่อนสิ บ้ารึเปล่า!


ไอรีนอยากตะโกนด่าแทบขาดใจ แต่ก็รู้สึกว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมาทะเลาะกับคนอื่นในเมื่อยังเกิดเรื่องวุ่นวายขนาดนี้อยู่ เธอจึงได้แต่ปิดปากเงียบและดันตัวเองลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ต้องใช้เวลาสักพักนึงเลยกว่าจะเตรียมร่างกายให้พร้อมเหมือนก่อนล้มได้ พอตั้งใจว่าจะรีบวิ่งต่อ จู่ๆก็มีตัวอะไรสักอย่างที่อยู่ในห่อผ้า กระโจนเข้ามาจู่โจมชายคนที่วิ่งนำออกมาตอนแรกอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังมีนกสีสันประหลาดตัวนึงบินมาวนเวียนรอบๆอีกต่างหาก หญิงสาวยืนนิ่งแบบทำอะไรไม่ถูก ให้รับมือกับคนยังง่ายกว่านกและตัวอะไรก็ไม่รู้อีกอย่างนึงเป็นสิบๆเท่า แต่ในขณะที่เธอกำลังยืนคิด เด็กชายอีกคนที่ยืนอยู่ก็ลงมือดึงห่อผ้าออกเรียบร้อย


ลิงนี่เอง ข้างในห่อผ้ามีลิงตัวหนึ่งอยู่ แถมมันยังเอากรงเล็บข่วนหน้าเด็กที่เป็นคนดึงห่อผ้าออกอีกต่างหาก ในใจไอรีนคิดสงสารเด็กผู้ชาย แต่อีกใจก็คิดว่าตัวเองโชคดีที่ไม่ไปยุ่งกับห่อผ้านั่น ระหว่างที่เธอกำลังมองเจ้าลิงตัวนั้นอยู่ ก็มีเสียงดังมาจากอีกทางของห้อง


“เจอแล้วครับ! นกตัวนั้น!”


แย่ล่ะ คราวนี้แย่ของจริง ถึงเวลาต้องหนีไปจากที่นี่แล้ว!


หญิงสาวฉวยโอกาสจากความชุลมุนนี้วิ่งหนีออกจากฝูงชนอย่างรวดเร็ว และหวังว่าพวกพนักงานกลุ่มนั้นจะมัวแต่วุ่นวายอยู่กับเหล่าสัตว์จนไม่ได้สังเกตุเห็นเธอ


ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอต้องมาเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้ทีเถอะ…


____________________________________________________________
 
 
ยาวมาก ทุกคนคงขี้เกียจอ่าน u___u
 
มาส่งซะวันสุดท้ายเลย เฉียดเส้นตายอย่างสนุกสนาน ฮือ
 
ผิดไปแล้ว ครั้งหน้าจะไม่ดองแล้วค่ะ #เหรอ #บล็อกนี่ก็ดองมากี่เดือนแล้ววว

Comment

Comment:

Tweet

เธอ กลุ่มเธอเจอแค่นกเหรอ /ปากสั่น
ทำไมแค่นกยังทำชีวิตพังได้ /ทรุด 
ดีนะที่ไม่เป็นอะไร /ตบบ่า

#2 By + v i i v i d : on 2014-05-05 21:31

เรื่องราวน่าสนใจดีนี่ จะรอฟังเนื้อเรื่องต่อไป

#1 By Bottleneck on 2014-04-26 14:35